วันนี้ทีมงานได้หูฟังรุ่นใหม่ของแบรนด์ Kingston รุ่น HyperX Cloud Stinger มารีวิวกัน สำหรับรุ่นนี้ถือว่าออกมาตีตลาดรุ่นระดับกลางๆ ราคาสบายกระเป๋า เดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดต่างๆ กันเลย

Specifications

Headphone

Driver: Dynamic, 50mm with neodymium magnets
Type: Circumaural, Closed back
Frequency response: 18Hz-23,000Hz
Impedance: 30 Ω
Sound pressure level: 102 ± 3dBSPL/mW at 1kHz
T.H.D.: < 2%
Input power: Rated 30mW, Maximum 500mW
Weight: 275g
Cable length and type: Headset (1.3m) + Extension Y-cable(1.7m)
Connection: Headset – 3.5mm plug (4 pole) + extension cable – 3.5mm stereo and mic plugs

Microphone

Element: Electret condenser microphone
Polar pattern: Uni-directional, Noise-canceling
Frequency response: 50Hz~18,000Hz
Sensitivity: -40 dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)

Features

  • Lightweight headset with 90-degree rotating ear cups
  • 50mm directional drivers for audio precision
  • HyperX signature memory foam
  • Adjustable steel slider
  • Intuitive volume control on headset ear cup
  • Swivel-to-mute noise-cancellation microphone
  • Multi-platform compatibility

Price

1,990 บาท

Packeging

แพคเกจกล่อง Kingston HyperX Cloud Stinger จะเป็นโทนดำแดงตามสไตล์เกมมิ่ง บนกล่องก็จะระบุรายละเอียดของสเปกและจุดเด่นต่างๆ ของตัวหูฟังรุ่นนี้ ด้านหลังจะมีระบุเอาไว้ว่าสามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ อย่าง Teamspeak, discord, skype, ventrilo, mumble, raidcall ได้อย่างแน่นอน

 

กล่องจะเป็นแบบสไลด์ เปิดมาในกล่องก็จะเจอตัวคู่ฟังมีโฟมรองรับอยู่ภายใน พร้อมคู่มือและสายแปลงหัว 3.5mm แบบ 1 หัวแยกสัญญาณออกเป็นหูฟัง(สีเขีวว)และไมโครโฟน(สีชมพู)

Design

บอดี้หูฟัง Kingston HyperX Cloud Stinger จะเป็นพลาสติกสีดำด้านผิวฟาดๆ หน่อย งานประกอบเก็บรายละเอียดได้ดีมีคุณภาพดีเลยทีเดียวสำหรับหูฟังในราคาช่วงนี้

ตัวครอบหูฟังจะมีโลโก้ HyperX สีแดงเป็นตัวย่อ H X 2 ตัวตัดกันอยู่ตามสไตล์เกมมิ่งเกียร์ของ Kingston เค้าเลย

ใต้หูฟังด้านขวาจะมีปุ่มสำหรับปรับระดับเสียงอยู่ ใช้งานเป็นแบบเลื่อนได้ โดยมีด้าน + เพิ่มเสียง – ลดเสียง ปุ่มใช้งานได้ง่ายไม่แข็งหรือเลื่อนง่ายเกินไป ส่วนใต้หูด้านซ้ายจะเป็นสายของหูฟังหัวขนาด 3.5mm

ไมค์โครโฟนแล้วเวลาเรายกขึ้นแนบกับหูฟังจะเป็นการปิดไมค์ไปในตัวและเวลาเราเลื่อนลงจะเป็นการเปิดไมค์โดยจะมีสวิตช์ตอนเราหมุนอยู่จะมีเสียง กึ๊ก เมื่อนเปิด-ปิด ไมค์โครโฟนยาวประมาณ 17 เซนติเมตร สามารถบิดงอให้พอดีกับการใช้งานเราได้ด้วย

ตัวเนื้อเสียงไมค์โครโฟนที่ทดสอบถือว่าโอเคเลยเสียงใช้งานได้ชัดเจนดี อาจจะมี Noise บ้างเล็กน้อย

ภายในหูฟังทั้ง 2 ฝั่งจะมีตัวหนังสือ L บอกว่าเป็นฝั่งซ้ายและ R ว่าเป็นฝั่งขวา

หูฟังสามารถยืดออกได้เพื่อความถนัดของขนาดหัวของแต่ละคนและตัวโครงภายในจะเป็นเหล็กคุณภาพดีมีความแข็งแรงทำให้เรายืดเข้าออกได้ไม่ต้องกลัวจะหักง่ายๆ

ตัวครอบหูฟังสามารถหมุนได้ถึง 90 องศาเพื่อปรับองศาให้เข้ากับการใช้งานเรามากที่สุด และบิดขึ้นได้เล็กน้อยให้เข้าทรงหูเวลาเราใช้งาน

โฟมหูฟังมีความนุ่มและหุ้มด้วยหนังใส่ได้สบายหู ขนาดหูครอบกำลังดีครอบหูฟังแน่นหนาดีทำให้เก็บเสียงรบกวนภายนอกและเสียงออกไปภายนอกได้ดีเลย

ใต้ที่ครอบหัวจะมีที่รองหัวหุ้มด้วยหนังมีความยืดหยุ่นใส่ได้ไม่เจ็บหัว ส่วนด้านบนจะมีคำว่า HYPERX เป็นแบบสลักลงไปบนผิวของที่ครอบหัว

Conclusion

• Gaming •

Kingston HyperX Cloud Stinger  ในด้านการเล่นเกมสำหรับรุ่นนี้การทำมิติเสียงถือมาทำออกมาได้ระดับกลางๆ สมกับเป็นหูฟังเล่นเกม เนื้อเสียงมีความหนา เสียงกลางจะแหลมเด่นหน่อย แต่ด้วยเป็นรุ่นกลางๆ คุณภาพเสียงที่ได้ขอบเขตความกว้างของเสียงจะสั้นหน่อย แต่เรายังได้สัมผัสถึงตำแหน่งเสียงของศัตรูได้ดี โดยรวมแล้วจัดว่าดีนะเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว

• Music •

Kingston HyperX Cloud Stinger เหมาะฟังเพลงแนวดนตรีเยอะๆ สนุกๆ มวลเสียงจะหนาแน่นหน่อยและไม่กว้างมาก เสียงเบสลูกเล็กไม่จัด เสียงร้องจะเล็กๆ ใช้งานทดสอบฟังหลายๆ แนวรวมแล้วเป็นหูฟังที่สามารถฟังเพลงได้ด้วยในระดับกลางๆ เลยนะ เหมาะกับเพลงแนวดนตรีจัดๆ หน่อยเน้นเสียงดนตรีมากกว่าร้อง

• Movie •

Kingston HyperX Cloud Stinger สามารถดูหนังได้หลากหลายแนว กลับกันกับตอนฟังเพลงเสียงพูดจะเด่นกว่าดูฟังแนวรักๆ ซึ้งๆ โอเคเลย


สรุปแล้วเป็นหูฟังเกมมิ่งที่ใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลายเลยและค่าตัวเจ้าตัวนี้จะอยู่ที่ 1,990 บาท Kingston ทำรุ่นนี้ออกมาได้ดีเลย วัสดุงานประกอบต่างๆ ก็อยู่ในระดับที่ทำออกมาใช้ได้เลย Kingston HyperX Cloud Stinger ถือว่าเป็นหูฟังระดับกลางๆ ในช่วงราคาที่ทำออกมาได้คุ้มค่าต่อเงินที่เสียไปแน่นอน