สวัสดีเพื่อนๆ ทุกท่าน วันนี้เราได้หูฟัง Gaming Wireless ที่เรียกว่ามีการปรับเปลี่ยนโฉมไปกว่ารุ่นก่อนๆ มารีวิวกัน เจ้าตัวนี้ก็คือ SteelSeries ARCTIS 7 เป็นหูฟังไร้สายที่ทำมาสำหรับเล่นเกมและมีดีไซน์ที่เรียกว่าฉีกออกไปจากเดิม มีลักษณะรูปทรงที่ดูล้ำสมัยมากขึ้น แต่ดูเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เดี๋ยวเราไปดูสเปกกันก่อนเลย

Specification


ราคา 5,990 บาท

Packeging

ตัวกล่อง SteelSeries ARCTIS 7 มีการแบบลวดลายแบบใหม่แนวศิลปะสวยงาม สีสันตัวกล่องยังมีโทนมืดตัดสีส้มตามแบบฉบับเค้าอยู่เหมือนเดิม บนตัวกล่องก็จะมีรายละเอียดฟีเจอร์ต่างๆ จุดเด่นต่างๆ ระบุไว้ชัดเจน ARCTIS 7 รองรับคลื่นความถี่แบบ Wireless ที่ 2.4 GHz, มีฟีเจอร์เด่นๆ อย่าง Best Mic In Gaming หรือไมค์ใช้ในการเล่นเกมได้ในระดับดีเลย, Lag-Free Wireless หรือการใช้งานไร้สายที่ในเสียงแบบเที่ยงตรงไม่มีการดีเลย์การันตีด้วยความไกลถึง 12 เมตร, มีระบบเสียง DTS X, Gamechat Balance ที่ดึงเสียงในเกมหรือเสียงแชทให้มีความโดดเด่นขึ้นมา, และมีการการันตีจาก PC Gamer ว่าเป็น Best Gaming Headset เลยทีเดียว

กล่องจะเป็นแบบฝาประกบ เมื่อเราเปิดฝาออกมาก็เจอแผ่นสติ๊กเกอร์ 6 แบบที่เราสามารถนำไปติดเล่นที่ตัวหัวหูฟังหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ PC หรืออะไรก็ได้ที่อยากจะติดตามนั้นเลย แกะมาอีกก็จะเจอตัวหูฟัง SteelSeries ARCTIS 7 พระเอกของเรา

ภายใต้หูฟังจะมีกล่องสีดำเขียนว่า Accessories โดยภายในจะมีอุปกรณ์เป็นสาย 3 ชิ้นด้วยกัน และคู่มือการใช้งาน

ตัวแรกเลยจะเป็นตัวรับสัญญาณ Wireless จากตัวหูฟัง โดยความพิเศษของมันนอกจากจะเชื่อมต่อกับหูฟังเป็นแบบ Wireless แล้ว มันยังมีช่อง Line In / Line Out ที่เราสามารถนำอุปกรณ์มาต่อเพื่อส่งเข้าตัวหูฟังหรือส่งออกให้อุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย

สายต่อมาจะเป็นสาย Microusb ที่สำหรับเอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวหูฟัง ARCTIS 7 โดนการเชื่อต่อเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ PC หรืออื่นๆ ที่สามารถจ่ายไฟผ่าน USB เข้ามาได้

เส้นสุดท้ายจะเป็นสาย Mobile / Console Cable ใช้สำหรับเชื่อต่อหูฟังโดยตรงเข้ากับอุปกรณ์มือถือได้เลยหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเกม Console

Design

รูปทรงหูฟัง ARCTIS 7 เรียกว่าฉีกออกไปจากหูฟังเล่นเกมรุ่นเดิมๆ ก่อนหน้านี้เลยทีเดียว การออกแบบดูเป็นศิลปะอาร์ตๆ หน่อย แต่แฝงด้วยความดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่โดนรวมแล้วดูเรียบๆ มีสไตล์เป็นจุดเด่นของตัวเองไม่หวือหวาจนเกินไป

ARCTIS 7 จะมีสีดำกับสีขาวเลือกตามที่ชอบเลย วัสดุโดยรอบบอดี้จะเป็นพลาสติกผิวด้านเป็นส่วนใหญ่ บริเวณหูด้านข้างจะเป็นยางและมีคำว่า SteelSeries สกรีนเอาไว้ทั้ง 2 ด้าน เนื้องานประกอบถือว่าเก็บรายละเอียดทำออกมาได้ดี

หูครอบด้านบนจะเป็นโครงที่ใช้วัสดึเคลือบลายโลหะสีเงินผิวเม็ดทรายและจะมีผ้าคาดทับเอาไว้หรือชื่อเรียกของเค้าก็คือ Ski Goggle

Ski Goggle จะเป็นผ้าที่มีความยืดหยุ่นเพื่อการใช้งานในการปรับระดับความเข้ากันของศีรษะผู้ใช้งาน โดยรุ่น ARCTIS 7 จะไม่ได้ใช้การดึงยืดเข้าออกแบบหูฟังรุ่นก่อนๆ แล้วจะใช้ตัว Ski Goggle แทน

โดยตัว Ski Goggle นั้นยังสามารถแกะออกมานำไปทำความสะอาดได้ด้วย

ขั่วต่อหูด้านข้างสามารถหมุนปรับองศาได้ 90 องศาเลยทั้ง 2 ข้างและตรงตัวหูยังสามารถหมุนปรับองศาได้อีกเล็กน้อยเพื่อจะได้ใช้งานได้แบบพอดี

ด้านในจะมีตัวอักษร L และ R ระบุไว้ชัดเจนว่าแต่ละข้างว่าฝั่งไหนคือซ้ายหรือขวา

ไมโครโฟนของ ARCTIS7 จะอยู่ที่ฝั่งซ้ายเป็นแบบติดกับตัวหูฟังมาเลย สามารถยืดออกและเก็บภายในตัว โดยก้านไมโครโฟนนั้นสามารถโยกปรับระดับเพื่อให้เข้ากับขณะที่เราใช้งานเพื่อรับเสียงพูดที่เต็มที่ ตัวไมโครโฟนจะมีไฟแสดงสถานะต่างๆ ที่หัวไมค์ โดยจะเป็นไฟสีแดงสามารถบอกสถานะขณะเราปิดไมค์และบอกสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ของตัวหูฟังได้

ที่ด้านซ้ายหูฟังจะมีพอร์ตต่างๆ ให้ใช้งานค่อนข้างเยอะ ไล่จากฝั่งซ้ายพอร์ตแรกเลยจะเป็นพอร์ค Micro-USB Charging สำหรับต่อสายชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัว ARCTIS7, ถัดมารูกลมๆ จะเป็นช่อง Headphone Share Jack, ถัดมาตัวที่อยู่ในหลุมจะเป็นพอร์ต Mobile Cable Jack เอาไว้ต่อสายตรงเข้าอุปกรณ์พกพาเช่นมือถือได้เลย, ถัดมาอีกจะเป็นตัวปรับเพิ่มลดเสียงตัวหูฟังโดยมีรูปกำกัด + คือเพิ่มเสียงและ – คือลดเสียง, อันสุดท้ายจะเป็นตัวเปิด-ปิดไมโครโฟนใช้กดเข้า-กดออกเพิ่มเปิดและปิด ถ้าเราปิดไมค์จะมีไฟแสดงสถานะสีแดงที่หัวไมค์เลย

ด้านขวาจะมีตัวพาวเวอร์สำหรับเปิดใช้งานหูฟัง โดยเราต้องกดค้างประมาณ 3 วินาทีจะมีไฟสถานะสีเขียวกะพริบขึ้นมาเพื่อค้นหาตัวรับสัญญาณ เมื่อหาเจอไฟก็จะหายไป โดยระดับไฟที่แสดงจะบอกสถานะแบตเตอรี่ของหูฟัง ARCTIS 7 ได้ สีเขียว = แบต 100-50%, สีเหลือง = แบต 49-20%, สีแดง = แบต 19-10%, สีแดงกะพริบเร็วๆ = 9-1% คือใกล้จะหมดเต็มที่แล้ว

ที่ด้านขวาหูฟังจะมีอีกตัวนึงใช้ปรับระดับเสียงของการเล่นเกมหรือแชท เราจะเรียกมันว่า Chatmix Dial สำหรับฟีเจอร์นี้มีไว้สำหรับปรับเสียงให้เด่นเพื่อการได้ยินที่ชัดเจนขึ้นโดยเราเลือกได้ระหว่างเสียงภายในเกมให้เด่นกว่าหรือเสียงแชท เสียงบทสนทนาภายในทีมเด่นกว่า

ฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกตัวที่ทำให้ตอบสนองการเล่นเกมของเราได้มากขึ้น เอื้อประโยชน์ต่อการเล่นเกมได้ค่อนข้างดีเพราะบางเสียงในขณะเล่นเกมก็อาจจะกวนใจหรือรบกวนเราในขณะที่เราต้องการเน้นฟังในสิ่งอื่นอีกอย่างมากกว่า

หูครอบของ ARCTIS 7 หรือ Airweave Ear Cushions ซึ่งมีการออกแบบที่ต่างไปจากเดิมที่เมื่อก่อนในส่วนนี้จะใช้หนังเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับ ARCTIS7 จะใช้วัสดุที่มีการระบายอาการได้ดีและผิวสัมผัสนั้นจะสากๆ แห้งๆ ไม่ลื่นแบบหนัง เวลาใช้งานนานๆ จะไม่มีเหงื่อสะสมเพราะผิวมันช่วยดูดซับและถ่ายเทอากาศได้ดี ในส่วนนี้ก็เป็นข้อดีอีกจุดหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับการใช้งานจริงแบบต่อเนื่อง

Software

โดย Software ที่ใช้ในการปรับแต่งนั้นก็คือตัวโปรแกรม SteelSeries Engine 3 นั่นเอง

ในส่วนของ SteelSeries ARCTIS 7 นั้นก็จะมีการปรับแต่งมาใช้หลายส่วนเหมือนกัน

  • SPEAKERS – จะมีให้เราปรับ DTS HEADPHONE:x 7.1 ในส่วนนี้จะเป็นตัวปรับเรื่องระบบเสียงให้เป็นระบบ DTS ซึ่งเสียงที่ได้นั้นจะอารมณ์ประมาณเวลาเราดูหนังในโรงเลยทีเดียว เสียงจะเป็นแบบเซอร์ราวมีขอบเขตเสียงที่กว้างขึ้นพอสมควรเลย, Presets จะมีโปรไฟล์ของการใช้งานให้เราเลือก 3 ตัวคือ Game, Music, Movie
  • EQUALIZER – เป็นตัวปรับย่านความถี่ต่างๆ ทุ้ม กลาง แหลมของเสียงใน ให้มีความสมดุลของการใช้งานที่เหมาะกับเรามากยิ่งขึ้น หรือใครที่ไม่รู้จะปรับเองยังไงดีเค้าก็จะมี Presets โปรไฟล์ใช้งานให้เราเลือกปรับหลายแบบมาให้
  • DYNAMIC RANGE COMPRESSION – สำหรับในส่วนนี้ก็จะช่วยเรื่องของการปรับเปลี่ยนย่านความถี่ต่างๆ ให้มีความ Balance กันมากขึ้น
  • MICROPHONE – LIVE MIC PREVIEW ตัวนี้จะเป็นเปิดตัวสำหรับเปิดไมค์ทดสอบโดนเราจะได้ยินตัวเองที่พูดผ่านไมค์เลยโดยตรง

    และจะมีในส่วนของ MIC SIDETONE ที่เราสามารถได้ยินตัวเองพูดไปพร้อมกันโดยเสียงที่ได้จะรวดเร็วมากและแทบไม่มีดีเลย์เลยและรบกวนการใช้งานเลย ส่วน MIC VOLUME นั้นจะช่วยเร่งเสียงของไมค์ให้มีความดังเพิ่มขึ้นไปอีก

Conclusion

สรุปโดยรวมหูฟัง SteelSeries ARCTIS 7 เป็นหูฟังเล่นเกมไร้สายที่มีรายละเอียดการใช้งานได้หลากหลาย การรับส่งสัญญาณเสียงทำได้ดีตามที่ระบุไว้ไม่มีอาการดีเลย์ให้เห็นให้เสียงที่ตรงตามที่ใช้งาน การันตีด้วยระยะต่างที่ 12 เมตรเลยทีเดียว ไมโครโฟนของ ARCTIS 7 ประสิทธิภาพในการใช้งานทำได้ดีเลยทีเดียว มี Mic Sidetone ที่เราจะได้ยินเสียงเราพร้อมกันแบบ Realtime ไปพร้อมกันเลย ทำให้รับรู้ถึงเสียงและไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะติดหรือไม่ติดขณะเล่น ตัวไมโครโฟนรับเสียงและปล่อยเสียงออกมามีมวลเสียงที่หนามีเนื้อเสียงฟังได้ชัดเจน เก็บรายละเอียดเสียงเด่นๆ ได้ดี ตัดเสียงรบกวนในความถี่ที่ส่วนใหญ่เราไม่ต้องการออกอยู่แล้วออกไปได้พอสมควร ยังมี Mic Volume ใช้ในการเร่งเสียงเพิ่มเติมมาให้เร่งได้จากเดิมขึ้นไปอีกระดับ เรียกว่าเป็นไมโครโฟนคุณภาพตามที่เค้าชูจุดเด่นมาเลย

ตัวหูฟังด้านเสียงก็จะมี EQUALIZER และระบบเสียง DTS X ให้เราปรับใช้งานตามความเหมาะสมได้เพิ่มเติม คุณภาพเสียงมีการแยกมิติเสียงได้ดีในระดับนึง มีความกว้างพอประมาณทำให้รับรู้ถึงเสียงต่างๆ ที่แยกกันออกมา ปลายเสียงจะมีเสียงเล็กลงและจะมีความฟุ้งแตกปลายเล็กน้อยไม่นวลจนเกินไป เลยทำให้เสียงจะมีการซ้อนกันเล็กน้อยแต่ยังแตกออกได้อยู่ เสียงยังเก็บตัวได้ไวไม่ซ่าหรือแตก ระดับความดังที่เค้าให้มาอยู่ในระดับที่กำลังดีต่อการใช้งานในทุกๆ ประเภท ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อื่นๆ

ในส่วนของแบตเตอนี่ทาง SteelSeries ระบุมาเลยว่าใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมง โดยจากที่ทดสอบการใช้งานโดยเล่นเกมระยะยาว บอกเลยว่าแบตอึดจริงๆ ทดสอบไป 10 ชั่วโมงแบตยังไม่แดงเลย (หมดแรงก่อน) ใช้ในชีวิตประจำวันแบตเรียกว่าเหลือๆ เลยสำหรับการใช้งานในทุกๆ ด้าน

Music

การฟังเพลงถือว่าพัฒนาได้ดีขึ้นสำหรับหูฟังเล่นเกม เสียงที่ได้มีการแบ่งแยกเสียงต่างๆ ได้ดีขึ้น เนื้อเสียง ARCTIS 7 มีเนื้อหนาแต่ปลายเสียงจะฟุ้งเล็กน้อยบ้างแล้วแต่แนวเพลง เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ฟังชัดเจนดี เบสลูกลางๆ ไม่แข็งมาก อิมแพคกลางๆ ฟังสบายๆ เลย ด้วยแนวเสียงที่มีความฟุ้งปลายอาจจะฟังเหนื่อยหน่อยสำหรับบางแนวเพลง เหมาะฟังเพลงแนว R & B แนว Rock ก็ได้อยู่ โดยรวมแล้วเป็นหูฟังเล่นเกมที่ใช้ฟังเพลงได้ดีเกิน 65% เลยทีเดียว

Movie

ในการดูหนังแนวเสียงจะเด่นเรื่องเสียงกลาง เสียงพูด และเรื่องเสียงประกอบต่างๆ ระเบิด รถวิ่ง อื่นๆ จะได้ยินแยกกันได้ดี แต่ถ้าเราเปิดระเบบ DTS X จะได้เสียงเป็นรูปแบบเซอร์ราวเสียงจะกว้างและกระจายออกไปมากกว่าเดิม อิมแพคของเสียงจะลดลงจากที่ไม่เปิดและได้อารมณ์เสียงแบบเดียวกับดูในโรงหนังเลย

Gaming

ARCTIS 7 ในส่วนของการเล่นเกม มิติเสียงที่ทำออกมานั้นทำได้ดีมีระยะห่างที่แยกแยะได้ชัดเจนและมีระดับเสียงที่สัมผัสได้ว่าใกล้หรือไกล ทำให้เรารู้สึกถึงตำแหน่งได้ดี และด้วยปลายเสียงที่แตกปลายเล็กน้อยทำให้ได้ยินเสียงแต่ละเสียงเข้าหูและแยกได้ชัดเจนขึ้น โดยรวมตอบโจทย์การเล่นเกมตามแบบฉบับเกมมิ่งหูฟังได้เต็มตัวอีกหนึ่งรุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Gamechat Balance ที่สามารถปรับระดับเสียงแชทหรือเสียงในเกมให้เด่นกว่าเพื่อการเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น