PR

ASUS – ROG เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสองรุ่นใหม่ Strix Scar II GL704 และ Zephyrus S GX531 พร้อมโชว์ในงาน IFA และ Gamescom 2018

ASUS – ROG เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสองรุ่นใหม่ Strix Scar II GL704 และ Zephyrus S GX531 พร้อมโชว์ในงาน IFA และ Gamescom 2018

17.3″ Strix SCAR II (GL704)

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนาด 17.3” เครื่องแรกที่มีความกว้างน้อยกว่า 400 มม. พร้อมหน้าจอแสดงผลความเร็วสูงและคุณสมบัติพิเศษสำหรับการเล่นเกมแบบอัดแน่น

 

กรุงไทเป, ประเทศไต้หวัน, 16 สิงหาคม 2018 — รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) ประกาศเปิดตัว Strix SCAR II (GL704), เกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว รุ่นล่าสุดในซีรีย์ ROG Strix

Strix SCAR II มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้วที่มีความล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน — ด้วยรีเฟรชเรทสูง 144Hz, อัตราการตอบสนองการแสดงผลเร็วสูง 3ms, และการแสดงสีสันสมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน sRGB — อยู่ในตัวเครื่องขนาด 15.7 นิ้ว, ให้ประสบการณ์ภาพที่ดีที่สุดขณะที่ยังคงไว้ซึ่งการพกพาที่สะดวกสบาย Strix SCAR II GL704 นั้นถูกติดตั้งด้วยองค์ประกอบต่างๆที่มีความทรงพลังและฟีเจอร์ล้ำสมัย ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® เจนเนอเรชั่นที่ 8 — Core™ i7-8750H — และกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1060 6GB นอกจากนั้นแล้ว Strix SCAR II ยังคงมีเทคโนโลยี ROG RangeBoost ซึ่งมีการใช้เสารับสัญญานที่มีเพิ่มขึ้นจากปกติได้อย่างชาญฉลาดเพื่อขยายระยะการรับสัญญาน Wi-Fi ขณะที่ระบบระบายความร้อน HyperCool Pro นั้นประกอบไปด้วยฮีทซิ้งค์สามชุดและพัดลมอีกสองตัวเพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพในการใช้งานที่ยอดเยี่ยม ผิวสัมผัสลายพรางและเคฟลาร์ที่มีความทนทานและทำหน้าที่ตกแต่งตัวเครื่องอยู่นั้นได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS)

ขอบจอที่บางยิ่งขึ้นเพื่อภาพสวยประทับใจยิ่งกว่า

ในงาน Computex 2018 ที่ผ่านมานั้น ROG ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คโดยการใช้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วที่มีความเร็วสูงและมีขอบจอบางพิเศษบนเครื่องรุ่น Strix SCAR II and Hero II (GL504) และในตอนนี้ Strix SCAR II (GL704) ก็ได้สานต่อมาตรฐานดังกล่าว และยังเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้ว รุ่นแรกที่มีขนาดความกว้างเล็กกว่า 400 มม. เกิดขึ้นได้จากขอบจอทั้งสามด้านที่มีความบางเป็นพิเศษ ขอบจอขนาด 7.05 มม. นั้นบางกว่าขอบจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนาด 17 นิ้วรุ่นอื่นๆถึงกว่า 50%

ROG ได้มีการทำงานร่วมกับผู้ผลิตหน้าจออย่าง AUO อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คของ ROG จะมีหน้าจอที่มีความล้ำหน้าที่สุดที่รวมเอาความรวดเร็วในการแสดงผลและการแสดงภาพที่สวยงามเข้าไว้ด้วยกัน โดยการใช้หน้าจอแบบ IPS-type AHVA technology ของ AUO ขนาด 15.6 นิ้ว ทำให้ GL504 สามารถมีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz และอัตราการตอบสนองการแสดงผลเร็วสูง 3ms ในรูปแบบที่มีขอบจอบางพิเศษ — ให้ความเร็วในการแสดงผลสูงกว่าหน้าจอโน้ตบุ๊คทั่วๆไปเป็นเท่าตัว และด้วย GL704 ทำให้ ASUS และ AUO นั้นสามารถมีรีเฟรชเรทสูง 144Hz และอัตราการตอบสนองการแสดงผลเร็วสูง 3ms บนหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ให้ภาพที่มีความคมชัดและการเล่นเกมแบบดำดิ่ง นอกจากนั้นแล้วยังสามารถแสดงสีได้ครอบคลุมตามมาตรฐาน sRGB มั่นใจได้ว่าหน้าจอจะสามารถแสดงสีสันได้สดใสครบตามช่วงสีและเล่นเกมได้ภาพที่สวยตามที่ผู้พัฒนาเกมอยากจะให้เป็น

ออกแบบเพื่อการรบพร้อมความสามารถในการปรับแต่งแสงไฟ RGB ด้วย AURA Sync

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก Strix SCAR II นั้นถูกออกแบบสำหรับการเล่นเกมแนว FPS เป็นหลัก ด้วยดีไซน์ผิวสัมผัสแบบลายพรางและเคฟลาร์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยวิธีการแบบ IMR ทั้งหมดแปดชั้น, ฝาจอสี Gun Metal ที่มีการตกแต่งพื้นผิวแบบแฮร์ไลน์บลัช, ขณะที่ครีบระบายความร้อนช่วยเสริมสีสันให้กับแนวช่องระบายความร้อน

ด้วย AURA Sync, แสงไฟ RGB นั้นสามารถถูกปรับแต่งได้ทั้งหมดเจ็ดโซน: สี่โซนบนคีย์บอร์ด, สองโซนบนไลท์บาร์ที่อยู่บริเวณขอบด้านหน้าตัวเครื่อง, และสุดท้ายคือบริเวณโลโก้ ROG ด้านหลังจอ นอกจากนั้นแล้วก็ยังคงสามารถปรับแต่งแสงไฟบนอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆที่รองรับ Aura Sync เช่นชุดหูฟัง Strix Fusion 700 และเม้าส์ Gladius II Origin

คีย์บอร์ดที่ถูกติดตั้งบน Strix SCAR II มีตำแหน่งการวางปุ่มต่างๆแบบเดียวกับคีย์บอร์ดของเครื่องเดสก์ท็อป ด้วยปุ่ม space bar ที่กว้างยิ่งขึ้นและปุ่มฟังก์ชั่นที่ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเพื่อให้การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ปุ่มต่างๆบนคีย์บอร์ดมีความทนทานต่อการกดมากถึง 20 ล้านครั้ง และเทคโนโลยี Overstroke ที่ให้อัตราการตอบสนองต่อการกดที่รวดเร็วยิ่งกว่า โดยตัวปุ่มจะทำงานหลังจากกดไปเพียงครึ่งเดียวของระยะการกดที่ 1.8มม. คุณสมบัติพิเศษต่างๆเหล่านี้ของคีย์บอร์ดบน Strix SCAR II จะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะมีประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้อย่างยาวนาน

อัดแน่นด้วยเกมมิ่งฟีเจอร์ที่หลากหลาย

นอกเหนือจากขุมพลังโปรเซสเซอร์แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ของ Intel Core i7-8750H และความสามารถในเชิงเกมมิ่งที่โดดเด่นของ NVIDIA GeForce GTX 1060 แล้ว Strix SCAR II ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆที่มีความหลากหลายเพื่อช่วยเติมเต็มประสบการณ์เกมมิ่งให้สมบูรณ์แบบ โดยมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบใหม่ล่าสุด 802.11ac Wave 2 จากทาง Intel จะให้ความถี่สัญญานที่มีความเร็วสูงยิ่งขึ้นโดยมีความเร็วสูงสุดถึง 1.73Gbps บนเราต์เตอร์ที่รองรับ ดังนั้นการเชื่อมต่อแบบไวร์เลสจะสามารถใช้เพื่อดาวน์โหลดเกมและการอัพเดทต่างๆได้รวดเร็วไม่ต่างจากแบบที่ใช้สาย Strix SCAR II ยังมีช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-A มากถึง 4 ช่อง, ช่อง USB Type-C™ (USB-C™) ที่สามารถเชื่อมต่อแบบกลับด้านได้, Mini DisplayPort ที่รองรับการเชื่อมต่อกับหน้าจอเกมมิ่งภายนอกที่รองรับฟังก์ชั่น G-SYNC, และ HDMI 2.0 อีกหนึ่งช่องที่สามารถเชื่อมต่อกับหน้าจอแบบ 4K UHD และ TV ขนาดใหญ่ที่ความถี่สัญญานภาพแบบ 60Hz

สตอเรจภายในตัวเครื่องนั้นประกอบไปด้วย M.2 NVMe® SSD ความเร็วสูงที่จะให้คุณสามารถโหลดเกมและโปรแกรมต่างๆได้อย่างรวดเร็วดั่งการกระพริบตา และฮาร์ดดิสแบบ solid-state hybrid drive (SSHD) ขนาด 1TB (สเปคอาจมีการเปลี่ยนแปลง) เพื่อสะสมคอลเลคชั่นเกมต่างๆของคุณ ลำโพงของตัวเครื่องมีความทรงพลังด้วยเทคโนโลยี smart amplifier ที่จะให้ผู้ใช้สามารถปรับเร่งเสียงได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าลำโพงจะแตก

ตัวเครื่องโน้ตบุ๊คนั้นมีพื้นที่ในการระบายความร้อนที่จำกัด ดังนั้น ASUS จึงได้ทุ่มเทพัฒนาระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้า ด้วยระบบระบายความร้อน HyperCool Pro ที่ประกอบด้วยชุดฮีทซิ้งค์สามชุดและพัดลมสองตัว โดยฮีทซิ้งค์หนึ่งตัวมีหน้าที่เฉพาะสำหรับการระบายความร้อนของ GPU เพื่อรับมือกับความร้อนที่จะเกิดขึ้นจากการเล่นเกมสุดโหด ขณะที่ฮีทซิ้งค์อีกสองชุดนั้นจะช่วยกันทำงานในการระบายความร้อนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการระบายความร้อนจะเป็นไปอย่างเหมาะสมภายใต้ลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย รวมไปถึงในโอกาสต่างๆที่ CPU ต้องรับบทบาทหลักในการทำงาน ในฮีทซิ้งค์แต่ละชุดจะประกอบไปด้วยครีบทองแดงจำนวนมากกว่าชุดฮีทซิ้งค์ทั่วๆไปเนื่องจากครีบระบายความร้อนมีความบางอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้ได้พื้นที่หน้าสัมผัสสำหรับการกระจายความร้อนที่เพิ่มขึ้นและลดแรงเสียดทานลมในเวลาเดียวกัน บริเวณฝาด้านหลังจอดีไซน์เอกสิทธิ์เฉพาะแบบตัดเว้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อให้มั่นใจได้ว่าลมร้อนที่จะถูกระบายออกทางด้านหลังตัวเครื่องจะไม่โดนบดบัง

Armoury Crate — ศูนย์ควบคุมที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

จากการที่ยูทิลิตี้และแอพพลิเคชั่นต่างๆของ ROG นั้นมีการแยกการควบคุมและการเรียกใช้งานมาโดยตลอด ASUS จึงได้นำเสนอแพลตฟอร์มใหม่ที่รวบรวมเอาการตั้งค่าที่สำคัญต่างๆ มาไว้ที่ปลายนิ้วของเหล่าเกมเมอส์ Armoury Crate ให้การควบคุมการตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนแสงไฟ Aura Sync โดยผู้ใช้สามารถเลือกบันทึกการตั้งค่าต่างๆเป็นค่าโปรไฟล์ได้มากสูงสุดถึงสี่รูปแบบ ซึ่งจะถูกเรียกขึ้นมาใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมหรือแอพพลิเคชั่นที่ได้มีการบันทึกไว้ ขณะที่ Mobile Dashboard จะช่วยขยายความสามารถในการควบคุมไปสู่อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android™ และ iOS ทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบและปรับเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆได้โดยไม่จำเป็นต้องหยุดการเล่นเกมอันแสนเพลิดเพลินของคุณ

Armoury Crate มีโปรไฟล์สำเร็จรูปสำหรับการทำงานของระบบให้เลือกทั้งหมดห้ารูปแบบให้ผู้ใช้เลือกระหว่างประสิทธิภาพในการทำงานหรือความเงียบในการใช้งาน โดย Turbo mode นั้นเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกมอย่างจริงจัง ขณะที่ Silent mode จะลดเสียงรบกวนที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของตัวเครื่องเพื่อให้การชมภาพยนตร์และการท่องอินเตอร์เน็ตสามารถทำได้เต็มอรรถรส และ Balanced mode นั้นให้สมดุลของประสิทธิภาพในการทำงานที่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้วผู้ใช้ยังคงสามารถเลือกโหมดการทำงานของพัดลมให้เป็นค่าอัตโนมัติหรือจะเลือกระดับการทำงานด้วยตนเองก็สามารถทำได้ การทำงานของพัดลมระบายความร้อนในรูปแบบต่างๆนั้นยังสามารถสลับไปมาได้อย่างง่ายดายแม้ขณะการเล่นเกมโดยการกดปุ่ม Fn + F5

SPECIFICATIONS

ASUS ROG Strix SCAR II (GL704)

Operating System Windows 10 Home

Windows 10 Pro  – ASUS recommends Windows 10 Pro

Processor Intel® Core™ i7-8750H

Intel® Core™ i5-8300H

Graphics NVIDIA® GeForce® GTX 1060

6GB GDDR5 VRAM

Memory 2666MHz SDRAM (Dual-channel)

Up to 32GB

SSD M.2 NVMe® PCIE 128GB/256GB/512GB SSD
HDD 2.5″ 5400rpm 1 TB SSHD
2.5″ 5400rmp / 7200rpm 1TB HDD
Display 17.3″ anti-glare Full HD (1920×1080) IPS-level panel, 144Hz, 3ms, 72% NTSC

17.3″ anti-glare Full HD (1920×1080) IPS-level panel, 60Hz, 72% NTSC

VR Ready Yes
Windows Mixed Reality Basic (min. require 8GB RAM)
Keyboard Backlit chiclet keyboard

RGB 4 zones

Aura Sync

Marked WASD keys

Hot keys: Volume up/ Volume down / Microphone mute / ROG Gaming Center

Travel Distance 1.8mm

Keycap curve: 0.25mm

Audio 2x 3.5W speakers with smart amplifier technology
Array microphones
Software ROG Armoury Crate

GameFirst V

Game Visual

Sonic Studio & Sonic Radar III

Aura Core

XSplit Gamecaster (Free)

Android/iOS App

I/O Ports 1 x USB 3.1 Gen 2 (Type-C)

3 x USB 3.1 Gen1, 1 x USB3.1 Gen 2

1 x mDP 1.2

1 x HDMI 2.0

1 x RJ-45 Jack

1 x SD card reader

1 x 3.5mm headphone and microphone combo jack

1 x Kensington lock

Power 180W Power Adaptor
Wi-Fi / Bluetooth 802.11ac 2×2 Wave 2 Wi-Fi

Bluetooth® 5.0

Dimension 39.98 x 27.35 x 2.49~2.64cm
Weight 2.9kg
Recommended peripherals ROG Gladius II gaming mouse is designed for FPS gameplay

 

 

Zephyrus S (GX531)

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมขุมพลัง Intel Core i7-8750H CPU และ NVIDIA GeForce GTX 1070 Max-Q GPU ที่มีขนาดตัวเครื่องบางที่สุดในโลก พร้อมหน้าจอแบบ 144Hz และ Windows 10 Pro

 

กรุงไทเป, ประเทศไต้หวัน, 16 สิงหาคม 2018 — รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) ประกาศเปิดตัว Zephyrus S (GX531), รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีย์ ROG Zephyrus ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งใหม่สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเป็นพิเศษ

ที่ระดับความบางเพียง 14.95~15.75 มม. ทำให้ Zephyrus S นั้นบางกว่า Zephyrus รุ่นแรก (GX501) ถึงกว่า 12% ตัวเครื่องถูกติดตั้งมาด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด Intel® Core i7-8750H และกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1070 Max-Q สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการทำงานและการเล่นเกม หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมรีเฟรชเรทสูง 144Hz, อัตราการตอบสนองการแสดงผลเร็วสูง 3ms ในกรอบจอบางเฉียบทำให้ได้ตัวเครื่องขนาดเทียบเท่า 14.2 นิ้ว วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมดทำให้มีความแข็งแรงทนทานถึงระดับมาตรฐานทางการทหาร (military-grade) โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงาม ด้วยเส้นสายที่ทันสมัยและการตกแต่งเสริมความพรีเมียม ระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้าทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทุกชิ้นส่วน จากคุณสมบัติที่รวมอยู่ใน Active Aerodynamic System (AAS) — การออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus series

ตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมดรวมทั้งการดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ยอดเยี่ยม

หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดในการรังสรรค์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่มีความบางเช่นนี้คือการทำให้มั่นใจว่าตัวเครื่องนั้นจะมีความสมดุลทั้งในด้านของความแข็งแรงและน้ำหนัก: Zephyrus S ใช้วัสดุโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมและแม็กนีเซียมในตัวโครงสร้างเพื่อให้ได้มาซึ่งความสมดุลดังกล่าว ชิ้นส่วนประกบทั้งด้านบนและล่างถูกขึ้นรูปอย่างบรรจงจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่ง กระบวนการ CNC-milling อันละเอียดอ่อนนี้ใช้เครื่องเครื่องมือในการขัดเกลาถึงห้าขั้นตอนเป็นเวลาเกือบ 72 นาที เพื่อรังสรรค์รายละเอียดอันปราณีตและขนาดที่สมบูรณ์แบบ ได้มาซึ่งฝาประกบที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อแต่ยังคงไว้ซึ่งความบาง อีกทั้งยังช่วยทำให้ตัวเครื่อง Zephyrus S มีความทนทาน: โดยเครื่องต้นแบบสำหรับการทดสอบได้ผ่านมาตรฐานความทนทานระดับทางการทหารต่อแรงสั่นสะเทือนและการกระแทก

ลวดลายบนผิวฝาจอเป็นแบบคอนทราสต์เสริมความโดดเด่น: การอโนไดซ์แบบสองขั้นตอนทำให้ผิวสัมผัสมีความเรียบหรูและเสริมความโดดเด่นด้วยสีทองแดง ขณะที่เส้นตัดเฉียงทำหน้าที่แบ่งหน้าผิวสัมผัสที่โดดเด่นสองฝั่ง เช่นเดียวกับพื้นที่บริเวณเหนือคีย์บอร์ดที่มีการตกแต่งด้วยเส้นตัดทแยงในลักษณะเดียวกัน ทำให้ Zephyrus S มีสไตล์ที่โดดเด่น บานพับดีไซน์แบบขากรรไกรซ่อนความโดดเด่นของตัวเครื่องจนกว่าจะถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นถึงหน้าจอและช่องดูดลมเข้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Zephyrus

การแสดงผลภาพอันยอดเยี่ยมเป็นไปได้ด้วยหน้าจอแบบ super-narrow-bezel

ขอบหน้าจอแบบบางพิเศษทำให้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วสามารถติดตั้งอยู่บนตัวเครื่องขนาด 14.2 นิ้วได้ ทำให้ตัวเครื่อง Zephyrus S มีขนาดเล็กลงและสามารถใช้งานในพื้นที่ๆจำกัดยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้า นอกจากนั้นแล้วขอบจอที่บางพิเศษยังช่วยให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอีกด้วย

ตั้งแต่การนำเสนอ Zephyrus รุ่นแรก ASUS ได้ทำงานร่วมกับ AUO ผู้ผลิตหน้าจอรายใหญ่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คของ ROG จะใช้แต่หน้าจอที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกมเท่านั้น โดยหน้าจอแบบ 120Hz ที่ติดตั้งบนเครื่องรุ่นแรกนั้นมีรีเฟรชเรทที่สูงกว่าหน้าจอแบบธรรมดาทั่วไปถึงกว่าเท่าตัว ขณะที่ Zephyrus S ให้รีเฟรชเรทที่สูงขึ้นไปอีกถึง 144Hz และยังลดอาการภาพเบลอและเงาภาพที่อาจเกิดขึ้นโดยการลดอัตราการตอบสนองในการแสดงผลไปที่ระดับ 3ms

ไม่ได้มีเพียงความรวดเร็วในการแสดงผลเท่านั้น หน้าจอแบบ IPS AHVA ยังสามารถแสดงผลภาพได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยสามารถแสดงสีสันได้ครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสีแบบ sRGB ให้ความมั่นใจได้ถึงสีสันที่สดใส และมุมมองที่กว้างสบายตาไม่มีอาการเพี้ยนของสีเมื่อมองจากมุมเฉียง

ระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมเพื่อประสิทธิภาพเต็มร้อย

ระบบระบายความร้อนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สำคัญที่สุดสำหรับ Zephyrus S เนื่องจากข้อจำกัดทางวิศวกรรมในการออกแบบให้ได้มาซึ่งความบางเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ลดละเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ด้วยเหตุนี้ทำให้วิศวกรด้านการระบายความร้อนของ ASUS และ ROG ได้พัฒนาระบบที่เป็นนวัตกรรมอย่าง Active Aerodynamic System (AAS) บน Zephyrus รุ่นแรก โดยเมื่อยกหน้าจอของตัวเครื่องขึ้นก็จะเป้นการเปิดช่องลมพิเศษบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องเพื่อให้ดึงลมเย็นเข้าภายในได้มากขึ้น เช่นเดียวกันกับ AAS บน Zephyrus Sที่เปิดช่องลมให้มากขึ้นถึง 5มม. ตลอดทั้งแนวด้านหลังของตัวเครื่องเพื่อให้ได้ปริมาณไหลเวียนของอากาศที่มากขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับการออกแบบเดิมๆ นอกจากนั้นแล้วยังมีลมไหลเวียนเข้าผ่านทางช่องคีย์บอร์ด และการวางตำแหน่งคีย์บอร์ดบริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องยังช่วยให้มีพื้นที่ในการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ภายในตัวเครื่องของ Zephyrus S มีฮีทไปป์ทั้งหมดห้าเส้นทำหน้าที่ดึงความร้อนออกจาก CPU และ GPU พร้อมทั้งแผงวงจรไฟฟ้าแบบ VRM ที่จะทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับระบบ โดย CPU และ GPU ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับชุดฮีทซิ้งค์ทั้งที่ทำหน้าที่อย่างอิสระและใช้ร่วมกันเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการระบายความร้อนจะมีประสิทธิภาพสามารถรับมือกับการใช้งานทุกประเภท และชิ้นส่วนต่างๆที่มีการใช้พลังงานจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 80°C เพื่อให้มีเสถียรภาพในการใช้งานในระยะยาว คลื่นความร้อนจะถูกนำออกผ่านทางฮีทไปป์ไปสู่ชุดฮีทซิ้งค์และช่องระบายลมร้อนทั้งหมดสี่ชุดที่มุมด้านหลังของตัวเครื่อง มากกว่าที่มีบน Zephyrus รุ่นแรกเป็นเท่าตัว

การทำให้ชุดฮีทซิ้งค์ปราศจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกนับเป็นเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพการระบายความร้อน เป็นเหตุผลที่ทีมวิศวกรได้เพิ่มพัดลมที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้โดยทำการไล่ฝุ่นละอองต่างๆออกจากระบบผ่านทางช่องระบายฝุ่น คุณสมบัติพิเศษนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมที่อาจเกิดขึ้นบนครีบระบายความร้อนเพื่อให้มั่นใจได้ถึงการระบายความร้อนที่มีเสถียรภาพในการใช้งานระยะยาวที่ดียิ่งขึ้น

ด้วย 83 ใบพัดบนพัดลมคู่แบบ AeroAccelerator ความแรง 12V มีจำนวนใบพัดมากกว่าพัดลมของ Zephyrusรุ่นแรกถึง 17% การไหลเวียนอากาศยังทำได้ดียิ่งขึ้นจากรูปทรงของใบพัดอลูมิเนียมซึ่งมีขอบใบพัดที่โค้งมนและยกปลายขอบเพื่อนำลมเข้าสู่บริเวณใบพัดได้มากยิ่งขึ้น ความเร็วในการหมุนถูกกำหนดด้วยชุดคำสั่งอัจริยะที่ถูกตั้งค่าเป็นโปรไฟล์สามรูปแบบ โดยปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน

ปรับแต่งไฟ RGB ด้วย Aura Sync

ไฟ RGB ที่ถูกติดตั้งมาบน Zephyrus S จะทำให้เกมเมอส์สามารถปรับแต่งเอฟเฟคท์ต่างๆได้ตามต้องการ หรือจะปรับให้เข้ากับอารมณ์ของเกมที่กำลังเล่นอยู่ก็สามารถทำได้ ไฟเรืองแสงบนคีย์บอร์ดแยกอิสระสี่โซน และยังมีหลอดไฟ LEDs แสดงให้เห็นถึงการทำงานภายในช่องลมของระบบ AAS นอกจากนั้นแล้ว Aura Sync ยังเชื่อมโยงสีสันและเอฟเฟคท์ต่างๆของอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆที่รองรับเข้าไว้ด้วยกันเช่นชุดหูฟัง ROG Delta และเม้าส์ Gladius II Origin ทำให้การปรับแต่งตามความชอบของคุณเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง การปรับแต่งไฟบนแอพพลิเคชั่นของผู้พัฒนาอื่นๆก็สามารถทำได้ผ่านทาง Aura SDK โดย ROG กำลังทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั้งหลายเพื่อการรองรับเกมและแอพพลิเคชั่นอื่นๆที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

Armoury Crate — ศูนย์ควบคุมที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

จากที่เคยเป็น ROG Game Center ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น Armoury Crate ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับแต่งไฟด้วย Aura Sync นั้นทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว หรือผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้มากถึงสี่โปรไฟล์ — ซึ่งการตั้งค่าต่างๆจะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

ตำแหน่งคีย์บอร์ดบริเวณด้านหน้าของตัวเครื่อง

นอกจากวัตถุประสงค์หลักในการวางตำแหน่งคีย์บอร์ดไว้ที่บริเวณด้านหน้าของ Zephyrus S ที่จะช่วยเอื้อต่อการระบายความร้อนแล้ว มันยังทำให้ผู้ใช้สามารถวางมือได้อย่างสะดวกสบายเหมือนกับการใช้งานเครื่องแบบเดสก์ท็อปอีกด้วย เทคโนโลยี Overstroke ทำให้ผู้ใช้สามารถกดได้เร็วยิ่งขึ้นและมีอัตราการตอบสนองที่ดียิ่งกว่า นอกจากนั้นแล้ว ระยะการกดที่ 1.2มม. ยังให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ตัวปุ่มมีความทนทานต่อการกดได้มากถึง 20 ล้านครั้งเพื่อรับมือกับการใช้งานที่หนักหน่วง และฟังค์ชั่น N-key rollover ยังช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าการกดแต่ละครั้งจะทำงานได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะกดพร้อมๆกันกี่ปุ่มก็ตาม

ระบบเสียงรอบทิศทางที่ดีขึ้นอีกระดับ

Zephyrus S ถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบเสียงที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ลำโพงคู่แบบ front-facing ติดตั้งอยู่บริเวณข้อพับจอทำหน้าที่ขับกำลังเสียงจากเทคโนโลยี smart-amplifier ที่จะควบคุมดอกลำโพงให้อยู่ในภาวะการทำงานที่เหมาะสม ทำให้สามารถเร่งระดับเสียงได้ดังยิ่งขึ้นโดยปราศจากอาการเสียงเพี้ยนหรืออาการลำโพงแตก Sonic Studio III เพิ่มการจำลองเสียงรอบทิศทาง เพื่อให้ได้เสียงที่โอบล้อมยิ่งขึ้นผ่านทางชุดหูฟัง และยังสามารถใช้งานระบบ APO injection ที่จะช่วยจำลองเสียงแบบรอบทิศทางได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดหูฟังแบบอนาล็อครวมไปถึงชุดหูฟังแบบ USB, DAC แบบต่อแยกภายนอก, และอุปกรณ์ VR

หน่วยจัดเก็บข้อมูลและการเชื่อมต่อ

Intel Core i7-8750H CPU ใน Zephyrus S นั้นได้รับการสนับสนุนการทำงานจากแรมความเร็วสูงแบบ DDR4 2666MHz และสตอเรจแบบ NVMe®  ขณะที่ Wi-Fi แบบ 802.11ac Wave 2 จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่รองรับที่ระดับความเร็วสูงกว่าระดับความเร็วแบบกิกกะบิท USB 3.1 Gen 2 Type-C (USB-C) และพอร์ท HDMI 2.0 ports รองรับการต่อหน้าจอแยกภายนอกและ TV ขนาดใหญ่ ให้ผู้ใช้สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึงสองจอพร้อมๆกัน นอกจากนั้นยังมีพอร์ท USB อีกหลายพอร์ทรวมไปถึง USB 3.1 Gen 2 Type-A เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับการเล่นเกมรวมไปถึงสตอเรจแบบพกพาอีกด้วย

ความทรงพลังอันสมบูรณ์แบบสำหรับทั้งการทำงานและการเล่นเกม

Zephyrus S สามารถรับมือกับการทำงานอันหนักหน่วงได้เช่นเดียวกับการเล่นเกมสุดโหด ด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดเจนเนอเรชั่นที่ 8 Intel Core i7-8750H ที่มีหกคอร์และ 12 เธรดที่จะให้พลังในการประมวลผลแบบคู่ขนานที่สามารถรับมือกับการทำงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลระดับสูงไม่ว่าจะเป็นการคอมไพล์, งานเรนเดอร์, และการสร้างคอนเทนท์ โดยคอร์ประมวลผลที่เพิ่มมากขึ้นยังสามารถรับมือกับการทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมและสตรีมมิ่ง, บันทึกวิดิโอ, และทำอย่างอื่นไปพร้อมๆกันได้ กราฟิกการ์ดGeForce 10-series — สูงสุดถึง GTX 1070 with Max-Q Design — ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่รองรับให้สูงยิ่งขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้นคือกราฟิกการ์ดดังกล่าวสามารถให้เฟรมเรทหลักร้อยบนเกมที่ได้รับความนิยมหลากหลายเกม ให้หน้าจอที่ถูกติดตั้งมาได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

SPECIFICATIONS

ASUS ROG Zephyrus S (GX531)

GX531GS GX531GM
Operating System Windows 10 Home

Windows 10 Pro – ASUS recommends Windows 10 Pro

Processor Intel® Core i7-8750H
Graphics NVIDIA® GeForce® GTX 1070 (Max-Q) NVIDIA® GeForce® GTX 1060
8GB GDDR5 VRAM 6GB GDDR5 VRAM
Memory  DDR4 2666MHz SDRAM

Up to 24GB (8GB onboard memory)

SSD M.2 NVMe PCIE 3.0 x2 512GB SSD

M.2 NVMe PCIE 3.0 x4 256GB / 512GB / 1TB SSD

Display 15.6-inch FHD (1920×1080) IPS-level panel, 144Hz, 3ms, 100% sRGB
VR Ready Yes
Keyboard Backlit Chiclet Keyboard

Marked WASD keys

N-key rollover

RGB 4 zones

Aura Sync

1.2mm key travel

Audio 2x 2W speakers with smart-amplifier technology
Array microphone
Software Armoury Crate

GameFirst V

Splendid

Sonic Studio

Aura Core

XSplit Gamecaster (Free)

I/O Ports 1 x USB 3.1 Gen 2 Type-C (USB-C)

1 x USB 3.1 Gen 1 Type-C (USB-C)

1 x USB 3.1 Gen 2 Type-A

2 x USB 2.0 Type-A

1 x HDMI 2.0

1 x 3.5mm headphone and microphone combo jack

1 x Kensington Lock

Power 230W Power adaptor 180W Power adaptor
Wi-Fi / Bluetooth 802.11ac 2×2 Wave 2 Wi-Fi

Bluetooth® 5.0

Dimensions 360 x 268 x 14.95~15.75mm
Weight 2.1kg

เกี่ยวกับ ROG

รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) นับเป็นแบรนด์ย่อยของเอซุสที่มุ่งเน้นในการสร้างเกมมิ่งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุดในโลก ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2006 ROG ได้นำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลายครบครัน เป็นที่รู้จักในแง่ของประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดี อาทิเมนบอร์ด, กราฟิกการ์ด, แล็ปท็อป, เดสก์ท็อป, หน้าจอแสดงผล, อุปกรณ์เครื่องเสียง, เราท์เตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ROG เข้าร่วมและสนับสนุนรายการแข่งขันเกมระดับนานาชาติมากมาย อุปกรณ์ต่างๆของ ROG ได้ถูกใช้เพื่อสร้างสถิติในการโอเวอร์คล็อกมาแล้วมากมายและยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆสำหรับเกมเมอส์และผู้ที่ต้องการความเป็นที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ the choice of champions ได้ที่ http://rog.asus.com

ROG Facebook: http://www.facebook.com/asusrog

ROG Twitter: http://www.twitter.com/asus_rog

ASUS Global Press Room: http://press.asus.com

ASUS Global Facebook: http://www.facebook.com/asus

ASUS Global Twitter: http://www.twitter.com/asus

Related posts

MSI – เปย์ส่วนลดสูงสุดกว่า 12,000 บาท ในงาน e-Sport แห่งชาติ ที่ Thailand Game Expo และ Thailand Mobile EXPO 30 พ.ค. – 2 มิ.ย. นี้

GM's

ASUS เผยภาพรวมตลาดไอทีและสมาร์ทโฟนในปีที่ผ่านมา

GM's

ASUS – การ์ดจอ ROG Strix Radeon RX 590 ประสิทธภาพความแรงจากค่าย AMD

GM's