Gaming GearKingston ReviewReview

Review – Kingston HyperX Alloy Origins Core, HyperX Pulsefire Fps Pro, HyperX Fury S

วันนี้ทีมงานมีเกมมิ่งเกียร์มานำเสนอแบบยกเช็ต เรียกว่าแบบขนขบวนกันมาเลย โดยจะเป็นเกมมิ่งเกียร์จาก Kingston HyperX มีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน HyperX Alloy Origins Core Gaming Keyboard, HyperX Pulsefire Fps Pro Gaming Mouse, และ HyperX Fury S Gaming MousePad เอามารวมกันจะได้ชุดเล่นเกมขนาดย่อมๆ พร้อมลุยจัดเต็มกันไปเลย

HyperX Alloy Origins Core

แพ็คเกจ HyperX Alloy Origins Core จะเป็นกล่องโทนขาวแดงตามสไตล์ Kingston รอบกล่องจะมีรายละเอียดระบุไว้อย่างชัดเจน รองรับการใช้งานร่วมกับ PC, PS4, Xbox One, และใช้ HyperX RED Switch ส่วนภายในกล่องจะมีคู่มือการใช้งาน และสายถักเชื่อมต่อหัวแบบ Type-C แบบถอดได้ ความยาว 1.8 เมตร

Specification HyperX Alloy Origins Core

สวิตช์ควบคุม HyperX Switch
ประเภท กลไก
ไฟพื้นหลัง RGB (16,777,216 สี)
เอฟเฟกต์ไฟส่องสว่าง ต่อปุ่ม RGB2 ปรับได้ 5 ระดับ
หน่วยความจำในตัว 3 โพรไฟล์การทำงาน
ประเภทการเชื่อมต่อ USB Type-C to USB Type-A
Anti-ghosting 100% anti-ghosting
Key rollover โหมด N-key
ไฟ LED มี
ระบบควบคุมมีเดีย มี
Game Mode มี
OS ที่รองรับ Windows® 10, 8.1, 8, 7

คีย์สวิตช์

สวิตช์ควบคุม HyperX Red, HyperX Aqua
รูปแบบการทำงาน เรียงตามลำดับ
แรงกด 45 ก.
ระยะเคลื่อนปุ่ม 1.8 มม.
ระยะเคลื่อนรวม 3.8 มม.
อายุการใช้งาน (กดใช้งาน) 80 ล้านครั้ง

สายต่อ

ประเภท สายถักถอดแยกได้
ความยาว 1.8 ม.

ขนาด

ความกว้าง 360.0 มม.
ความหนา 132.5 มม.
ความสูง 34.5 มม.
น้ำหนัก (คีย์บอร์ดและสาย) 900 ก.

HyperX Alloy Origins Core เป็นคีย์บอร์ดแบบ TKL มีขนาดเล็กกะทัดรัดที่ไม่มีฝั่งในปุ่มของตัวเลขเหมือนในรุ่น HyperX Alloy Origins ที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยมีความกว้างเพียง 360 มม. ต่างจากตัวก่อนที่แบบมีแป้นตัวเลขที่กว้าง 442.5 มม. และ HyperX Alloy Origins Core มีน้ำหนักตัวที่ 900 กรัมเท่านั้น ตัวบอดี้ของ HyperX Alloy Origins Core ทำจากอะลูมิเนียมทั้งชิ้น มีความแข็งแรงทนทาน บอดี้งานประกอบแน่หนาดี เวลาใช้งานฐานมีความมั่นคงทำให้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ HyperX Alloy Origins Core จะมาพร้อมปุ่มกด RED Switch สัมผัสการใช้งานจะเป็นแบบจังหวะเดียว ฟิวลิ่งการใช้งานรู้สึกว่าพิมพ์ได้อย่างได้คล่องตัว รวดเร็ว แม่นยำ และที่สำคัญเสียงเงียบ ใช้ทำงานพิมพ์ได้สะดวกและไม่ต้องออกแรงมาก

ด้านใต้คีย์บอร์ด HyperX Alloy Origins Core จะมียางรองกันลื่นสำหรับเกาะติดกับพื้นผิวที่เราวางตัวคีย์บอร์ด

นอกจากนี้ด้านใต้ยังมีตัวปรับระดับคีย์บอร์ดแบบพับได้ โดยจะมี 3 ระดับ แบบพับ 3 องศา พับสั้น 7 องศา และพับยาว 11 องศา

HyperX Alloy Origins Core จะมาพร้อมไฟ LED RGB ที่สามารถปรับแต่งได้ง่าย ๆ ผ่านซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY โดยจะมีเอฟเฟกต์ไฟที่ให้สามารถเลือกปรับเป็นเลเยอร์ได้เลย สามารถปรับระดับความสว่างได้ 5 ระดับ

บนแป้นพิมพ์ HyperX Alloy Origins Core จะมีปุ่มมาโครและปุ่ม Game Mode สำหรับใช้ฟังชั่นต่างๆ ให้ใช้งานในแถบตั้งแต่ปุ่ม F1-F12 ในตัวมี HyperX Alloy Origins Core จะมีหน่วยความจำภายในที่จัดเก็บการตั้งค่าได้ 3 โปรไฟล์ โดยราคาค่าตัวของ HyperX Alloy Origins Core จะอยู่ที่ 2,890 บาท

Advantages

  • บอดี้แข็งแรง งานประกอบแน่นหนา
  • ขนาดกะทัดรัด สาย USB-C ถอดสายเก็บได้ พกพาสะดวก
  • Effect ไฟ RGB ครบเครื่องสามารถปรับค่าแบบแยกได้
  • มีซอร์ฟแวร์ HyperX NGENUITY ปรับแต่งได้สะดวกขึ้น

Notice

  • เป็นคีย์บอร์ดแบบ TKL ไม่มีฝั่งปุ่ม NumPad มา
  • ไม่มีซองสำหรับใส่คีย์บอร์ดพกพาไปข้างนอกมาให้
  • เสียงเงียบ กดจังหวะเดียว อาจจะไม่โดนใจวัยโจ๋ที่ตอบเสียงลั่นๆ

HyperX Pulsefire Fps Pro

Specification HyperX Pulsefire Fps Pro

โครงสร้างการใช้งาน: โครงสร้างการใช้งาน
เซ็นเซอร์: Pixart PMW3389
ความละเอียด: สูงสุด 16,000 DPI
ค่า DPI สำเร็จ: 800 / 1600 / 3200 DPI
ความเร็ว: 450ips
การเร่งการประมวลผล: 50 ก.
ปุ่มสั่งการ: 6
สวิตช์ปุ่มสั่งการซ้ายและขวา: Omron
ความทนทานของปุ่มสั่งการซ้ายและขวา: กดใช้งานได้ 20 ล้านครั้ง
ไฟพื้นหลัง: RGB (16,777,216 สี)
เอฟเฟกต์แสง: พื้นที่ไฟ RGB 1 ส่วน ระดับความสว่าง 4 ระดับ1
หน่วยความจำออนบอร์ด: 3 โพรไฟล์การทำงาน
ประเภทการเชื่อมต่อ: USB 2.0
อัตราการโพลล์: 1000Hz
รูปแบบข้อมูล USB: 16 บิต/แกน
สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานแปรผัน: 0.13µ2
สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานคงที่: 0.20µ2
ประเภทสายสัญญาณ: ถัก
น้ำหนัก (ไม่มีสาย): 95 ก.
น้ำหนัก (มีสาย): 130 ก.
ขนาด: ความยาว: 127.60 มม.

ความสูง: 41.90 มม.

ความกว้าง: 71.10 มม.

ความยาวสาย: 1.8 ม.

HyperX Pulsefire Fps Pro จะมาพร้อมกล่องโทนดำ-แดง มีรายละเอียดสเปกต่างๆ พิมพ์ไว้บนกล่องแบบครบถ้วนตามแบบฉบับเกมมิ่งเกียร์จากทางแบรนด์ HyperX และภายในกล่องจะมีตัวเมาส์กับคู่มือมาให้

HyperX Pulsefire Fps Pro จะมีปุ่มควบคุมมาทั้งหมด 6 ปุ่ม ด้านบนจะมีปุ่มคลิกซ้าย-ขวา สกอร์เมาส์ และปุ่มปรับ DPI โดยสวิตช์ควบคุมคลิกจะใช้เป็น Omron การใช้งานถือว่าตอบสนองได้รวมเร็ว รองรับการใช้งานได้ถึง 20 ล้านครั้ง ใช้กันไปยาวๆ ที่ด้านใต้เมาส์จะมียางรองแผ่นใหญ่มา 2 ตัวด้วยกัน

ผิวตัวเมาส์ HyperX Pulsefire Fps Pro จะออกด้านๆ สีออกเทาๆ มืดๆ ที่ด้านท้ายตัวเมาส์จะมีโลโก้ HyperX ที่สามารถปรับแต่งไฟ RGB ได้ รวมไปถึงตัวสกอร์เมาส์ด้านหน้า

ข้างซ้ายของตัวเมาส์ HyperX Pulsefire Fps Pro จะมีปุ่มใช้งานมาให้ 2 ปุ่ม Backward – Forward หรือเราสามารถตั้งมาโครเองได้สำหรับการใช้งานต่างๆ และด้านซ้ายจะเลือกใช้เป็นยางที่รองรับนิ้วเพื่อการจับยึดที่กระชับและสัมผัสดี โดยที่ด้านซ้ายบริเวณด้านปลายด้านหน้าจะเป็นแบบเว้าลึกเข้าไปอาจจะแต่งต่างจากตัวอื่นๆ ที่เป็นแนวตรง ส่วนด้านขวาจะมีเพียงยางสำหรับจับ

HyperX Pulsefire Fps Pro จะใช้เซ็นเซอร์ Pixart 3389 มีค่าความไว DPI สูงสุดที่ 16,000 DPI ทำให้ใช้งานได้รวดเร็วและปรับค่าให้เหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างเพียงพอสำหรับการใช้งานทุกประเภท
จากการใช้งานเล่นเกมส์อย่าง PUBG เรียกว่านิ่งพอสมควรเลย ไม่ต้องออกแรงขยับเมาส์มากสักเท่าไหร่ เพราะตัวเมาส์มีความนิ่งและแม่นยำในระดับนึงเลยทีเดียว เรียกว่าทำมาตอบโจทย์เกมแนว FPS เป็นหลักสำหรับรุ่นนี้
HyperX Pulsefire Fps Pro สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ผ่าน Software HyperX NGENUITY โดยเราสามารถปรับค่า DPI ปรับแต่งไฟ RGB และตั้งค่าปุ่มมาโครได้ 5 จุด ยกเว้นคลิกซ้ายที่เป็นมาตราฐาน
ราคาค่าตัวของ HyperX Pulsefire Fps Pro จะอยู่ที่ 1,490 บาท
Advantages

  • ใช้เซ็นเซอร์ Pixart 3389 มีค่าความไวสูง 16,000 DPI เพียงพอต่อการใช้งานทุกประเภท
  • จับถนัดมือสำหรับคนมือขนาดกลางไปถึงใหญ่
  • สวิตช์ควบคุม Omron ตอบสนองการทำงานได้รวดเร็วแม่นยำ

Notice

  • เหมาะสำหรับคนถนัดมือขวามากกว่า
  • มีขนาดค่อนข้างใหญ่ไม่เหมาะกับคนมือเล็กอาจจะใช้งานไม่ถนัด

HyperX Fury S

รายละเอียดทางเทคนิค

ขนาด: SM, M, L, XL
ความหนา: 3-4 มม.
กว้าง x ยาว: SM: 290 x 240 มม.
M: 360 x 300 มม.
L: 450 x 400 มม.
XL: 900 x 420 มม.
วัสดุ: ผ้า, ยาง

HyperX Fury S จะมีด้วยกัน 4 ขนาด โดยรุ่นที่เราได้มารีวิวจะเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ 900 x 420 มม.

ด้านบนของ HyperX Fury S จะดูเรียบๆ ใช้มือรูบจะรู้สึกถึง Texture ของตัวแผ่นรองเมาส์ ที่มีผิวสัมผัสสากผิวด้านๆ แต่เมื่อใช้จริงงานคู่กับเมาส์ ใช้สัมผัสที่ลื่นไหลและมีความแม่นยำในการใช้งาน ขอบด้านข้างของ HyperX Fury S นั้นมีการเย็บแบบไร้ตะเข็บเพื่อนความทนทานและป้องกันจะเข็บรุ่ยออกมา

ด้านใต้แผ่นรองจะเป็นยางเป็นปุ่มๆ กลมๆ ที่มีหน้าสัมผัสยึดเกาะติดกับโต๊ะหรือพื้นที่เราวางสำหรับใช้ได้งานเป็นอย่างดี ด้วย HyperX Fury S นั้นมีขนาดใหญ่ถึง 900 x 420 มม. ทำให้เรานั้นมีพื้นที่มากพอที่จะวางทั้งเมาส์ คีย์บอร์ด หรืออุปกรณ์อื่นๆ ไปพร้อมกันได้ด้วยเลย ราคาค่าตัวของ HyperX Fury S ขนาด XL จะอยู่ที่ 990 บาท

Advantages

  • ขนาดใหญ่ 900 x 420 มม. สามารถรองรับการใช้งานได้หลายอุปกรณ์
  • ผิวสัมผัสใช้งานได้ลื่นไหน
  • ขอบเย็บแบบไร้ตะเข็บไม่รุ่ยง่าย

Notice

  • ขนาดใหญ่ ไม่เหมาะกับคนที่พื้นที่จำกัด
  • หมั่นทำความสะอาดมากกว่าแผ่นเล็กๆ ทั่วไป

เกมมิ่งเกียร์ทั้ง 3 รุ่น HyperX Alloy Origins Core, HyperX Pulsefire Fps Pro, HyperX Fury S ถือเป็นเซ็ตเล่นเกมที่มีราคาไม่แพงเหมาะสำหรับคนเล่นเกมแนว FPS อย่าง Counter Strike, PUBG การใช้งานทำออกมาได้ดี มีไฟ RGB เอาใจเกมเมอร์ปรับแต่งได้ง่ายๆ ผ่าน Software HyperX NGENUITY ฝากไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับขาเกมเมอร์แนว FPS

Related Articles

Back to top button