Kingston Review

Review – Kingston HyperX Cloud Buds Wireless

ถ้าพูดถึงการเลือกหูฟังสำหรับใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมกับอุปกรณ์ Mobile ในปัจจุบัน เรียกว่ามีให้เลือกค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะการเล่นเกม การฟังเสียงภายในเกมนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะบางเกมบอกถึงตำแหน่ง ระยะห่าง ทิศทางของศัตรูได้ วันนี้เราได้หูฟังมารีวิวหนึ่งตัว เรียกว่าพกพาก็สะดวกและใช้สำหรับเล่นเกมก็สบาย โดยรุ่นที่ได้มารีวิวนั้นจะเป็นรุ่น HyperX Cloud Buds Wireless ซึ่งต่อยอดจากรุ่นที่เป็นแบบสายยอดนิยมที่คนใช้เล่นเกมอย่าง Pubg Mobile กันมาก โดยรุ่นใหม่นี้จะมาในรูปแบบการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เดี๋ยวเราไปดูสเปกคร่าวๆ กันก่อนเลย

รายละเอียดทางเทคนิค

เฮดโฟน

ไดร์เวอร์ลำโพง แบบไดนามิคพร้อมแม่เหล็กนีโอดีเนียม
ประเภท สายคล้องคอ
ความถี่ 20-20kHz
ความต้านทาน 65.2 Ω
ระดับแรงดันเสียง 104±3 dB 1mW ที่1kHz
T.H.D ≦2% ที่ 200-3kHz
น้ำหนัก 27.5 ก.
ความยาวสายชาร์จ USB-C to USB-A: 0.2 ม.

ไมโครโฟน in-line

ส่วนประกอบ ไมโครโฟนอีเล็คเตรทคอนเดนเซอร์
รูปแบบขั้ว รอบทิศทาง
ความถี่ 100Hz–7.2kHz
ความไววงจรเปิด -16.5dBV (1V/Pa ที่1kHz)

เวลาใช้งานแบตเตอรี่2

Bluetooth 10 ชั่วโมง

Bluetooth3

เวอร์ชั่น Bluetooth 5.1
ช่วงสัญญาณไร้สาย สูงสุด 10 เมตร / 33 ฟุต
โคเดคที่รองรับ aptX™, aptX™ HD, SBC
โพรไฟล์ที่รองรับ A2DP, AVRCP, HFP, HSP

Packaging

แพคเกจกล่องของ HyperX Cloud Buds Wireless ก็จะมาในรูปแบบโทนขาว-แดง มีรายละเอียดต่างๆ สเปก ฟีเจอร์ แม้แต่ระยะเวลาการรับประกัน ก็มีระบุไว้อย่างชัดเจนที่ด้านหน้ากล่อง อุปกรณ์ภายในจะมี ตัวหูฟัง, ซองใส่, คู่มือ, จุก 3 ขนาด, และสายสำหรับชาร์ตไฟ

ดีไซน์ตัวบอดี้จะเป็นทรงวงรีขนาดสวมกำลังดีไม่ใหญ่จนเกินไปสามารถใช้งานได้ทั้งคนหูเล็ก-ใหญ่และยังมีจุกให้เลือกใช้หลายขนาด ตัวบอดี้จะมีสีแดงตัดกับสีดำ มีโลโก้ HyperX ที่ตัวด้านข้าง ตรงบอดี้จะมีรูสำหรับช่วยระบายเสียง 2 ช่องเล็กๆ

HyperX Cloud Buds Wireless จะมาพร้อมจุกยาง 3 ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ที่ตัวจุกจะมีเขียนระบุขนาดเอาไว้ ตัวจุกสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย โดยตรงตัวบอดี้จะมีเขี้ยวล็อคกับช่องรับที่ตัวจุก

ภายในกล่องจะมีซองตาข่ายสำหรับพกพา โดยตาข่ายจะมีความยืนหยุ่นและนุ่มและมีตัวปรับรัดแบบกดแล้วดึงสำหรับปิดมาให้ตรงหูหิ้ว

ในกล่องจะมีสายแบบ Type-C To USB Type-A มาให้ใช้งาน 1 เส้น เราสามารถเสียบชาร์จกับพอร์ต USB Type-A หรือเสีบเข้ากับอแดปเตอร์ชาร์ตแบตเตอรี่มือถือทั่วไปก็ได้

สายหูฟังจะเป็นสีแดงลักษณะเป็นเส้นแบนๆ ไม่เกาะติดกัน ทำให้สายไม่พันกัน โดยบริเวณสายที่นำมาคล้องหลังคอจะมีขนาดที่หนากว่าสายตัวหูฟัง

บริเวณสายหูฟังจะมีตัวระบุ L R หรือซ้าย-ขวาชัดเจน โดยที่หูฟังฝั่งซ้ายจะมีพอร์ตเสียบ USB Type-C และปุ่มสำหรับกดเปิดใช้งาน โดยจะต้องกดค้างไว้ประมาณ 5 วินาที โดยจะมีช่องวงกลมเล็กๆ แสดงไฟสถานะน้ำเงินสลับกับสีแดง จากนั้นเราก็ทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เราต้องการใช้งาน

สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายได้ทั้ง มือถือและคอมพิวเตอร์

การเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับคุณภาพเสียงแบบ aptX™, SBC, และสูงสุดที่ Qualcomm aptX™ HD

นอกจากนี้ที่ฝั่งด้านซ้ายจะมีตัวคอนโทรลมาให้ สามารถปรับเพิ่ม-ลดเสียงได้ เป็นปุ่มรับสาย-วางสายสนทนโทรศัพท์ได้ และมีไมค์ภายในมาด้วย สามารถใช้งานได้แบบครอบคลุมเลยทีเดียว

Conclusion

  • การสวมใส่ ตัวจุกมีความนิ่มใส่แล้วไม่เจ็บหู ความรู้สึกเบาแทบเหมือนไม่ได้ใส่เลย เพราะมันไม่ได้ยัดเข้าไปลึกแบบ In-ear แต่การเก็บเสียงภายนอกจะสู้ In-ear ไม่ได้ ใครที่ใช้ In-ear เป็นประจำ (แบบคนรีวิว) แรกๆ อาจจะไม่ชินเพราะมันรู้สึกเบาเคว้งในรูหูแปลกๆ ไม่ชิน -..- แต่พอใช้ไปสักพักจะสู้สึกฟังเพลินๆ สบายๆ กันเลยทีเดียว
  • ตัวสาย มีความเบาลักษณะแบน สวมใส่แล้วทำให้ไม่รู้สึกเกะกะและอยู่ทรงไม่พันกัน แต่ยังจะมีความรู้สึกเหมือนเอาอะไรมาพาดไว้ที่หลังคอเบาๆ แต่ไม่รู้สึกรำคาญอะไร ถ้าใครไม่ถนัดต้องหันไปทาง True Wireless แบบไม่มีสายเพียวๆ แทน แต่ข้อดีของของการมีสายเวลาเราถอดเราก็สามารถพาดไว้ที่คอ จะยกหยิบมาฟังก็ง่าย ไม่หลุดหายแน่นอน สามารถใส่วิ่งออกกำลังกายได้สบาย
  • การรับสัญญาณ จากการทดสอบระยะการใช้งาน ระยะที่เหมาะสมแนะนำที่ 8-9 เมตร เกินจากนี้จะเริ่มมีหลุดบ้างจากสเปกที่รองรับ 10 เมตรถือว่าตรงปก การใช้งานมีความนิ่ง แต่ยังมีดีเลย์ของเสียงจะมีเล็กน้อยทั้งเล่นเกมส์และใช้ทั่วไป แต่น้อยมากแทบไม่รู้สึกและสัญญาณเสถียรไม่สะดุดไปสะดุดมา
  • มค์โครโฟน คุณภาพเสียงอยู่ในระดับปานกลางๆ การใช้งานทั่วไป พูดคุยไม่มีปัญหา ใช้ได้ดี แต่ไม่เหมาะเอาไปร้องคาราโอเกะ เพราะจะมีดีเลย์และเนื้อเสียงเล็กไปทางย่านสูง เหมาะสำหรับไว้เล่นเกมเป็นหลักมากกว่า
  • ด้านการใช้งานแบตเตอรี่ ข้อมูลระบุไว้ว่าใช้ได้ที่ 10 ชั่วโมง จากการทดสอบเปิดเพลงใน Youtube แบบวนซ้ำไปมาติดต่อกันที่ความดัง 60% ผลที่ได้คือสามารถใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียวจนแบตหมด เรียกว่าอึดใช้ได้ตรงตามสเปกเลย ส่วนการชาร์ตแบตเตอรี่จนเต็มจะอยู่ที่ ชั่วโมงกว่าๆ
  • ในด้านของเสียง นั้น คาแลคเตอร์เสียงของ HyperX Cloud Buds Wireless นั้น จะออกทางย่านสูงเป็นส่วนใหญ่ เนื้อเสียงโดยรวมจะเล็กไม่หนา แต่มีเบสที่หนักและเก็บตัวเร็วฟังได้ชัดแบบโฟกัสได้เลย มีอิมแพคการปะทะที่ดี

• Gaming •

ใช้งานด้านการเล่นเกมทดสอบจากเกม Pubg Mobile เสียงที่ได้นั้นมีการแยกเสียงทิศทางสามารถแยกได้ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับกว้างมาก แต่จะเด่นย่ายแหลมทำให้ได้ยินเสียงปืนค่อนข้างชัดแม้จะอยู่ในระยะที่ไกลเรียกว่าระบุตำแหน่งของเสียงปืนได้แม่นยำในระดับนึงเลยทีเดียว ส่วนเสียงเท้า เสียงคลาน จะเป็นออกทางเล็กแหลมและถอยหลังนิดนึงแต่ยังทำให้ได้ยินได้ชัดแม้จะเบาแต่จะไม่ดังเหมือนเสียงปืน ให้ 8/10

• Music •

ในด้านการฟังเพลงจากการเบิร์น 20 ชม. เสียงเด่นในด้านเบส อิมแพคการปะทะทำได้ดีเลยฟังสนุก แต่เสียงกลาง เสียงร้องมีความเล็กไม่หนามากโทนไปทางสูง การแยกเสียงดนตรียังกองรวมกันแต่ไม่อึดอัด แต่โฟกัสเสียงเบสดีเลยแยกออกมาได้ยินเบสเป็นลูกชัดเจนเก็บตัวไว ฟังเพลงแนว Kpop เพลงจังหวะสนุกๆ ที่ไม่เน้นเสียงร้อง แต่จากการเบิร์นมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นเล็กน้อยอาจจะต้องเบิร์นสัก 100 ชม. ขึ้นเสียงน่าจะดีขึ้นไปอีก ให้ 8/10 สำหรับหูฟังแบบ Wireless ในเลทราคานี้

ราคาค่าตัวของ HyperX Cloud Buds Wireless นั้นจะอยู่ที่ 2,190 บาท ถือว่าราคาไม่แพงสำหรับการใช้งานที่หลากหลายและคุณภาพเสียงที่ได้ จัดว่าเป็นหูฟังเกมมิ่ง Wireless อีกตัวที่เป็นตัวเลือกที่น่าใช้งานในเลทราคานี้เลย

Related Articles

Back to top button